การเมือง

“ธนาธร” แฉนายพล สนช. รวยอู้ฟู่คนละ 80 ล้าน ชำแหละงบกลาโหมสุดลึกลับ

“ธนาธร” ชำแหละงบ กลาโหม 2563 พบมี 3 กฏหมายป้องตรวจสอบ แฉ 81 นายพล สนช. ทรัพย์สินเฉลี่ยคนละ 80 ล้าน ตั้งคำถามกองทัพบกใช้งบปล่อยกู้ บริษัท RTA 1,200 ล้าน ไร้ดอก ลงทุนตลาดหุ้น แถมติดดอย มึนกองทัพโยงสนามมวย สนามม้า ตั้งค่ายทหาร แต่สถานะไม่ชัดเจน ยันพบเอกสารกองทัพใช้งบทำไอโอ

วันนี้ (1 ธ.ค. 62) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บรรยายพิเศษในหัวข้อ ชำแหละงบประมาณ “กระทรวงกลาโหม” โดยเริ่มต้นจากการหยิบยกร่างตัวอย่างการจัดทำงบประมาณให้ผู้เข้าร่วมงานได้ดู พร้อมกับระบุว่า งบประมาณบูรณาการการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นงบที่มากที่สุด ตัวเลขมีการอ้างอิงว่า มาจากที่ใดบ้าง งบประมาณรายจ่ายภาพรวมของปีงบประมาณ 2563 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึง 30 กันยายน 2563 ทั้งสิ้น 3.2 ล้านล้านบาท และงบประมาณกว่า 2.7 ล้านล้านบาท มาจากภาษีของประชาชน และงบประมาณอีก 5 แสนล้านบาทมาจากเงินกู้ ที่รัฐบาลตั้งงบขาดทุนไว้ 3.2 ล้านล้านบาท

ส่วนงบประมาณของกระทรวงกลาโหมกว่า 233,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7 ของงบประมาณทั้งหมด มีเงินอีกส่วนอยู่นอกงบประมาณ สำนักงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร  โดยเงินนอกงบประมาณกระทรวงกลาโหม งบประมาณรายจ่ายตรวจสอบมองเห็นและสามารถตรวจสอบได้ตั้งคณะกรรมาธิการสามารถสั่งตัดได้ ส่วนเงินนอกงบประมาณ มาจากไหนและใช้อะไรแทนจะมองไม่เห็นไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครเป็นคนสั่งจ่ายเอาไปใช้ที่ไหนอย่างไรแต่เงินนอกงบประมาณมาจากการใช้ทรัพยากรที่เป็นของประเทศและประชาชน พร้อมกับย้อยงบประมาณเงินนอกงบของกระทรวงกลาโหมในปี 2561 ประมาณ 19,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถใช้งบส่วนนี้บริหารจัดการได้ถึง 3 กระทรวง รวมไปถึงหากนำงบนี้ไปทำโครงสร้างพื้นฐานได้ดีขึ้น ตนมองว่าหาก ต้องนำงบประมาณเหล่านี้ไปดูแลประชาชนตนก็ยอมรับได้ แต่ต้องตรงไปและสามารถตรวจสอบได้ ทั้งขณะรับและจ่ายว่ามาจากที่ใดบ้าง ซึ่งงบประมาณนอกของกระทรวงอื่นสามารถดูได้

โดยนายธนาธร ยังระบุอีกว่า มีกฎหมายอยู่ 3 ฉบับที่เอื้อให้กระทรวงกลาโหมมีความพิเศษ ประกอบด้วย พรบ.วินัยการเงินการคลังปี 2560 มาตรา 61 (3) ที่บัญญัติไว้ว่า เงินต้องสามารถตรวจสอบได้ หรือมีข้อตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นอย่างอื่น // ระเบียบกระทรวงการเงินการคลัง 2562 ตามระเบียบข้อบังคับข้อที่ 8 ให้ถือปฏิบัติตามข้อบังคับของกลาโหมว่าด้วยการเงินซึ่งได้รับการตกลงกับกระทรวงการคลัง ซึ่งกระทรวงอื่นไม่มีสิทธิพิเศษ

ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเงินปีพ.ศ. 2555 มีข้อตกลงกับกระทรวงการคลัง ให้แบ่งกระทรวงการออกเป็น 2 ประเภทคือ 1 ทำตามเงินนอกงบประมาณกระทรวงเหมือนกระทรวงฯ และประเภท 2 หากระบบบัญชีที่ใช้ทั่วไป ไม่เหมาะสมให้สามารถตั้งระบบบัญชีเองได้พร้อมกับสามารถตั้งระบบตรวจสอบตนเองได้ ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้  ทำให้เกิดคำถาม ทำไมความสงสัยของประชาชนนายพลในประเทศมีรายได้มหาศาล รายชื่อสนช.ที่เกิดขึ้นจากการทำรัฐประหารปี 2557 ปี 2662 มีสมาชิกที่เป็นนายพลใน 81 คน ซึ่งมีทรัพย์สินเฉลี่ยคนละประมาณ 80 ล้านบาท พร้อมกับตั้งคำถามการรับราชการทั้งชีวิตสามารถมีรายได้มากขนาดนี้ ยืนยันว่าตัวเลขทั้งหมดตนไม่ได้ละเมอ หมายความว่าทุกคนต้องมีธุรกิจเสริมมากกว่ารับราชการทหาร ก่อให้เกิดการตั้งคำถามถึงอาชีพเสริมดังกล่าว ตนจึงทำหน้าที่ตรวจสอบ

ทั้งนี้จากการตั้งคำถามของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของตนเมื่อ 4 วันที่ผ่านมาขณะนี้เองยังไม่มีการนำเอกสารชี้แจงมา จากหน่วยงานที่รับงบประมาณดังกล่าวไป พร้อมกับตั้งคำถามต้องใช้เวลากี่วันจึงสามารถชี้แจงได้ ซึ่งอาจโปร่งใสหรือไม่ก็ได้ โดยหากไม่ส่งเอกสารอาจตั้งข้อสงสียได้ว่าเกิดความผิดปกติแน่ๆ

ส่วนการตั้งบริษัท RTA หรือ Royal Thai Army Entertainment เรื่องนี้เริ่มตั้งแต่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายทักษิณชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีในปี 2547 ที่มีแนวคิดการแปลรูปช่อง 5 เป็น RTA  Entertainment จนปี 2549 เกิดรัฐประหาร มีการเปลี่ยนแปลงการทำงานโดยผู้ถือหุ้นมากที่สุด คือกองทัพบก 50% ของผู้ถือหุ้นลำดับที่ 2-15 เป็นนายทหารทั้งหมด ซึ่งแม้มีการเปลี่ยนมีก็มีเพียงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งปัญหาสำคัญของบริษัทคือบริษัทขาดทุน และขาดทุนสะสม 1,000 ล้าน ทั้งที่มีทุนจดทะเบียนเพียง 10 ล้าน จะเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยรายงานของผู้สอบบัญชีปี 2561 ซึ่งกองทัพบกมีการให้เงินกู้ 1,200 ล้านบาท ซึ่งไม่มีการคิดดอกเบี้ย และเอาเงินที่ให้กู้มาจากที่ใด RTA นำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น แต่กลับขาดทุน

พร้อมกับยังตั้งคำถามถึง สนามมวยลุมพินี แห่งใหม่ย่านรามอินทรา ที่บริหารจัดการโดยนายทหารชั้นผู้ใหญ่  จึงตั้งคำถามถึงสถานะว่าเป็นอย่างไร เป็นหน่วยงานรัฐหรือไม่ แต่ว่าพบมีความลับมากมาย จากการสืบค้นข้อมูล พบว่า ไม่ใช่บริษัทจำกัด แต่จากข้อเท็จจริงพบว่า เป็นสนามมวยที่สร้างในค่ายทหาร โดยเกี่ยวข้องกับกรมสวัสดิการทหารบก สร้างด้วยงบประมาณ 380 ล้านบาท โดยได้สร้างทุ่งมหาเมฆด้วยงบ 50 ล้านบาท แต่สร้างแล้วถูกยกเลิกไป และบริษัทเวิร์ดสปอตกรุ๊ปถือสัมปทานการถ่ายทอดสด 10 ปี แต่ไม่ทราบได้ว่าจ่ายค่าสัมปทานที่ใคร สนามมวยลุมพินีเกี่ยวข้องกับกองกีฬากรมสวัสดิการทหารบก แต่ไม่แน่ชัดขึ้นตรงกับใคร ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างของกองการกีฬาเกี่ยวข้องกับสนามมวยหรือไม่ พบว่าไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ไม่มีการประมูลงานแต่อย่างใด และ 70% เจาะไปที่ 1-2 บริษัทเท่านั้น พร้อมยกตัวอย่างการจัดซื้อจัดจ้าง จ.17 จ้างเหมาเครื่องปรับอากาศ ชื่อพลเอกประยุทธ แต่ไม่ระบุนามสกุล งบประมาณ 65,000 กว่าบาท ตนจึงตั้งคำถามว่าการติดเครื่องปรับอากาศต้องจ้างแบบเฉพาะเจาะจงเลยหรือ

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงสนามม้าโคราช ที่ยังไร้กังกัดและสถานะไม่มีข้อมูล ใครเป็นกรรมการบริหารโดยใคร ทราบเพียงสนามม้านางเลิ้งที่ย้ายไปยังจ.นครราชสีมา ย้ายไปอยู่ในค่ายสุรนารี ซึ่งตามระเบียบการจัดแข่งม้าต้องขอไปยังกระทรวงมหาดไทย ว่าใครเป็นผู้ถือใบอนุญาต ซึ่งได้มรการส่งคนลงไปขอเอกสารดังกล่าวไปยังศาลากลางจังหวัดแต่กลับไม่ได้รับคำตอบ

ด้านปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ ไอโอ ของกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีเอกสาร 2 ฉบับยืนยันได้ว่ากองทัพมีการทำไอโอ พร้อมกับ ยกตัวอย่าง Facebook กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 152 มีการโพสต์ข้อความโจมตีทุกวัน ก่อให้เกิดความเกียจชังกันของคนในสังคม จึงตั้งคำถามไปยังกระทรวงกลาโหมว่ามีการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไม่ และในงบประมาณของกระทรวงกลาโหมไม่มีการเขียนไว้ว่ามีการจัดสรรงบประมาณไปยังหน่วยปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร หากมีอยู่จริงอยู่ในแต่ละกองทัพเท่าใด และอำนาจในการกำหนดเนื้อหาอยู่ที่ใคร อยากให้ตอบคำถามนี้ดีดี วันที่ผู้พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ บัญชาการทหารบกเข้าพบกับพลโทพงศกร รอดชมภู มีโดยผบ.ทบ.ยืนยันว่าไม่มีการทำไอโอ หากต้องการให้บ้านเมืองสงบต้องไม่สร้างการเกลียดชัง ซึ่งขณะนี้เองยังไม่มีการตอบคำถามกลับมาแต่อย่างใด โดยขอให้ตอบคำถามในเรื่องนี้ดีๆ เนื่องจากอาจมีคนที่เคยทำงานข่าวลักษณะนี้มาให้ข้อมูลตนก็ได้

นอกจากนี้ ยังมีการระบุถึงการจัดซื้อ ยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นงบผูกพัน ซึ่งมีการกำหนดไว้ว่าทั้งงบประมาณใช้ได้ไม่เกิน 10% โดน 10 ปี เพิ่มขึ้น 2.3 เท่า ปีละ 1 หมื่น 9 พันล้าน กลายเป็น 4 หมื่น 3 พัน  โดยนายธนาธรได้มีการยกตัวอย่างถึงความจำเป็นในการสร้างบ้านรับรองของกองทัพเรือ  แทนการนำเงินไปใข้อุดหนุนเศรษฐกิจประชาชน  ซึ่งตนไม่เห็นด้วย พร้อมมองว่ายังเป็นการจำกัดงบประมาณการลงทุนของกระทรวงอื่น ตนจึงเสนอตัดงบประมาณลง 40% เพื่อลดการเป็นหนี้ของประชาชน ซึ่งการลงทุนยุทโธปกรณ์ในระยะยาวไม่จำเป็นในสภาวะเศรษฐกิจนี้ พร้อมระบุว่า งบบัตรทอง น้อยกว่างบค่าหัวของทหาร