ข่าว

จับอดีตผู้สมัคร ส.ส.แฮกข้อมูลมือถือเหยื่อ เข้าแอพโอนเงินสูญกว่า 4 แสน

ผบช.น.แถลงจับอดีตผู้สมัคร ส.ส.แฮกข้อมูลผู้เสียหาย เข้าแอพเงินจากบัญชีกว่า 4 แสนบาท เผยมีคดีฉ้อโกงติดตัวเกือบ 10 คดี รวมทั้งคดีฉ้อโกงหน้ากากอนามัย

กรณีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ “Kasidit Kwang Visetthanakorn” โพสต์เตือนภัยมิจฉาชีพแฮกข้อมูลลักษณะสร้างเรื่องว่าเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลเป็นโทรศัพท์มือถือจากการเข้าพักโรงแรมหรู ก่อนว่าจ้างให้บุคคลอื่นนำโทรศัพท์มือถือไปให้ที่บ้าน จากนั้นแฮกข้อมูลส่วนตัวแล้วถอนเงินออกจากบัญชีรวมมูลค่าความเสียหาย 395,000 บาท

วันนี้ (4 มิถุนายน 2563) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และคณะแถลงผลการจับกุมแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนตัวของประชาชน โดยการหลอกมอบรางวัลเป็นโทรศัพท์มือถือ แต่ให้ผู้เสียหายเอาซิมใส่อ้างว่า เพื่อยืนยันการรับรางวัล

จากนั้นแอบรับ SMS OTP ก่อนนำไปโอนเงินผ่านแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก มูลค่ารวมหลายแสนบาท โดยจับกุมนายอานนท์วัฒน์ วรเมธชยางกูร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคการเมืองหนึ่ง อายุ 34 ปี ได้ที่บริเวณหน้าเรือนจำกลางจังหวัดสมุทรปราการ

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนายอานนท์วัฒน์กับพวกร่วมกันหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนตัวของประชาชนโดยการหลอกมอบรางวัลเป็นโทรศัพท์มือถือ โดยให้ผู้เสียหายเอาซิมโทรศัพท์ใส่ อ้างว่าเพื่อยืนยันการรับรางวัล จากนั้นแอบรับ SMS OTP ก่อนนำไปโอนเงินผ่านแอพลิเคชั่น ต่าง ๆ มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากมูลค่ารวมหลายแสนบาท

พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวางเปิดเผยว่า นายอานนท์วัฒน์ จบการศึกษาจากประเทศเยอรมัน มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบประวัติพบมีคดีติดตัวอยู่ 9 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดีฉ้อโกง เกี่ยวกับหลอกหลวงขายหน้ากากอนามัย นอกจากนี้ยังได้ออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 1 รายเป็นผู้ร่วมขบวนการ อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

สำหรับประชาชนที่เคยถูกหลอกลวงในลักษณะนี้สามารถเข้าไปชี้ตัวผู้ต้องหาได้ที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง และขอให้ประชาชนระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวแก่บุคคลหรือเว็บไซต์ที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งคนร้ายอาจจะนำข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้กระทำความผิดได้ หากพบเห็นการกระทำความผิดต่างๆ สามารถแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจท้องที่

เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งมีมาตรการการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป